วันนี้ได้รับเชิญไปในงานเปิดตัวระบบเทรดหุ้นเวียดนามออนไลน์ของทางฟินันเซีย (FSS) เลยเก็บข้อมูลที่น่าสนใจมาฝาก

เศรษฐกิจของประเทศเวียดนาม เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าขยายตัวเร็วมาก GDP โตปีละประมาณ 7% เทียบกับไทยที่โตเพียงประมาณปีละ 3-4%  เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตสูงมาก

 

ซึ่งปัจจัยที่คอยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเวียดนามก็คือเรื่องของภาคการผลิต, ภาคการบริการ และภาคการเกษตร โดยตัวที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเวียดนามเป็นหลักก็คือ

ภาคการผลิต ที่ช่วยดึง GDP ให้โตขึ้นมากถึง 14.4% ในปี 2017 เมื่อเทียบกับ 11.9% ในปี 2016 โดยผู้ผลิตรายหลักๆที่ช่วยดึงให้ตัวเลขนี้โตก็คือ Samsung และ Formosa ภาคการบริการซึ่งมีสัดส่วน 45% ของ GDP เติบโตขึ้นมากถึง 7.4% ในปี 2017 ส่วนภาคการเกษตรนิดหน่อย ตัวเลขประมาณ 2%

ตัวเลขที่น่าสนใจอีกตัวเลขหนึ่งก็คือตัวเลข FDI (การลงทุนโดยตรงจากนักลงทุนต่างประเทศ) ที่มีการเติบโตมากขึ้นทุกปี ในปี 2017 ปีเดียวมีการเติบโตมากถึง 44.4% คิดเป็นเงินสูงถึง 35.9 พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าสูงมาก หลักๆก็เป็นการลงทุนในภาคโครงสร้างพื้นฐานและภาคการผลิต

 

ในส่วนของตัวเลขอื่นๆพวกเราก็คงจะพอรู้กันอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นประชากรส่วนใหญ่ที่เป็นวัยหนุ่มสาว และมีจำนวนมากถึง 92.7 ล้านคน ที่กำลังเติบโตและรวยขึ้นทุกวัน เมื่อไหร่ที่ประชาชนของประเทศของเขามีกำลังการซื้อเพิ่มมากขึ้น ประเทศนี้จะมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่และเติบโตมากประเทศหนึ่ง และจำนวนนักท่องเที่ยวที่โตมากขึ้นเรื่อยๆ

 

เอาละในแง่มุมของเศรษฐกิจประเทศนี้เติบโตสวยงามแน่นอน เรามาลองดูในอีกด้านหนึ่งก็คือด้านของตลาดหุ้นของเวียดนามกันบ้างว่าเป็นอย่างไร

ตอนปี 2011 ประเทศเวียดนามได้เกิดวิกฤติเรื่องค่าเงินด่องขึ้นมาจากเรื่องของขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูง ทำให้ต้องมีการประกาศลดค่าเงินด่องไปหลายครั้งเหมือนกัน จนคนไม่มีความเชื่อมั่น ส่งผลให้ตลาดหุ้นดิ่ง แต่หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไป เรื่องราวก็ค่อยๆคลี่คลายขึ้น ใน 6 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเวียดนามถือว่าทำผลตอบแทนได้สูงมาก โดยคิดเป็น ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 18% และในปี 2017 ที่ผ่านมาผลตอบแทนได้สูงถึง 44.2% ถือว่ามากที่สุดตลาดหุ้นหนึ่งของโลกเลย และราคาหุ้นก็ยังไม่แพงมาก (แต่คงอาจจะไม่ถูกเหมือนตอนช่วงที่เกิดวิกฤติค่าเงินด่องแล้ว)

 

แต่ถึงแม้ว่าทุกอย่างจะดูสดใส แต่ว่าตลาดหุ้นเวียดนามก็อยู่ไกลตัวจากเรา มีข้อมูลน้อยและยากที่คนไทยอย่างเราจะเข้าใจ จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ขัดขวางเราจากการลงทุน แต่ถ้าเกิดใครที่อยากจะลงทุนจริงๆ ก็มีพวกกองทุนและ ETF หลายๆกองเลยที่ลงทุนในประเทศเวียดนามซึ่งสร้างผลตอบแทนได้ดี เช่น พวกกองทุนดัชนี เราเชื่อว่าการลงทุนในประเทศเวียดนามนี้สดใสแน่นอนหากลงทุนในระยะยาว เพราะเขาเหมือนไทยสมัยเมื่อก่อนจริงๆ